รปภ.เหยื่อเผาสวนงู ร้องนายกฯ หลังอัยการฯสั่งไม่ฟ้องหลานบิ๊กตำรวจ

หลังเกิดความไม่ชอบมาพากลของอัยการจังหวัดภูเก็ต มีความเห็นสั่งไม่ฟ้องมาเฟียตู้ห่าว หลานเขยบิ๊กตำรวจ จากคดีจ้างวานให้วางเพลิงสวนงูภูเก็ต และทำร้ายพนักงานรักษาความปลอดภัย เป็นคดีความมากว่า 5 ปี โดยตำรวจสถานีตำรวจภูธรฉลอง จ.ภูเก็ต รื้อคดีขึ้นมาใหม่หลังได้พยานหลักฐานสำคัญจากกองปราบปราม ใช้เวลารวบรวมหลักฐานใหม่เพิ่มเติมหนากว่า 500 หน้า แต่อัยการกลับสั่งไม่ฟ้องเพียงแค่ข้ามคืน ตำรวจเชื่อหากพิจารณาสั่งฟ้อง 2 สามีภรรยา ที่มีชื่อเสียงในวงการธุรกิจท่องเที่ยวภูเก็ตดิ้นไม่หลุดแน่ เนื่องจากหลักฐานมัดแน่น

ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้าวันนี้ (20 ธ.ค.)นายอนุชิต ไชยทองงาม พร้อมด้วยนางยุพิน มารดาและนายอานันต์ แสงศรี ทนายความ เดินทางมาทำเนียบรัฐบาลเพื่อยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมจากนายกรัฐมนตรี หลังจากนี้ได้เดินทางไปยื่นหนังสือร้องเรียนที่สำนักงานอัยการสูงสุด และสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นลำดับ

นายอานันต์เผยว่า ก่อนหน้านี้ได้แวะยื่นหนังสือร้องเรียนต่อ พล.ต.ท.สุรศักดิ์ เย็นทรวง ผบช.ภ.8 โดยรับปากจะตั้งคณะกรรมการระดับ บช. ขึ้นเพื่อตรวจสอบให้แต่คงต้องใช้เวลา จริงๆแล้วสาระของคดีนี้มีอยู่เรื่องเดียวคือ กฎหมายจะอยู่เหนืออิทธิพลหรือไม่?ตรงนี้ต้องพิสูจน์กันตามกระบวนการยุติธรรม ส่วนสำนวนที่ตำรวจกองปราบปรามได้ติดตามจับกุมคนร้ายและให้ปากคำรับสารภาพพร้อมซัดทอดผู้จ้างวานนั้น ชัดเจนและเชื่อมโยงกันอย่างมาก กระทั่งทางพนักงานสอบสวนที่ สภ.อ.ฉลอง เจ้าของพื้นที่เกิดเหตุยังได้ขยายผลติดตามคนร้ายและผู้เกี่ยวข้องจนพบพยานปากสำคัญอีกหนึ่งปากที่พร้อมจะเป็นพยาน เมื่อพยานหลักฐานทั้งจากกองปราบและท้องที่หนาแน่นถึงเพียงนี้ อัยการท่านมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องเพียงแค่ข้ามคืน ไม่ว่าใครเป็นพนักงานสอบสวนหรือไม่ว่าใครเป็นผู้เสียหายก็อดข้องใจไม่ได้หรอก

ขณะที่พนักงานสอบสวนคดีนี้รายหนึ่ง(ขอสงวนชื่อ)กล่าวว่า “เจ้าหน้าที่ตำรวจยื่นฟ้องวันศุกร์ที่ 24 พ.ย ผ่านวันเสาร์และวันอาทิตย์ซึ่งเป็นวันหยุดราชการ พอตกวันจันทร์ที่ 27 พ.ย รองอัยการจังหวัดภูเก็ตมีคำสั่งไม่ฟ้องทันที ไม่เคยปรากฏมาก่อนในขบวนการพิจารณาสำนวนในชั้นอัยการ ที่สำคัญคดีนี้เป็นคดีอุกฉกรรจ์ได้รับความสนใจจากประชาชนโดยเฉพาะชาวภูเก็ตถึงกับเปิดรับพนันกันเลยว่า ผู้จ้างวาน จะรอดจากคดีนี้หรือไม่ อยากให้สื่อมวลชนช่วยเกาะติดขุดคุ้ยความไม่ชอบมาพากลคดีนี้ต่อไป

ด้านนางยุพิน ไชยทองงาม มารดานายอนุชิต ไชยทองงาม รปภ.เคราะห์ร้าย กล่าวด้วยน้ำตาว่า เสียใจมากๆจริงๆ พวกเรามันคนจนจะไปมีปัญญาต่อสู้อะไรกับเขา ที่มีทั้งเงินมีทั้งอิทธิพลเป็นถึงหลานตำรวจใหญ่ คิดจะทำร้ายใครมองเห็นชีวิตคนจนเหมือนผักเหมือนปลา ลูกชายตนเป็นเด็กดีขยันเป็นเสาหลักของครอบครัวตอนกลางวันเป็นช่างเคาะพ่นสี ตกกลางคืนเป็นยามส่งเงินเลี้ยงดูพ่อแม่ ถูกตีที่หัวจนกะโหลกแตกสลบไป 3 เดือนหมอผ่าเอาเลือดและก้อนสมองที่เสียหายออกไปจนพิการตลอดชีวิต ตั้งแต่เดือนเมษายน ปี 2555 จนกระทั่งเดือนพฤศจิกายน ปี 2559 ตำรวจมาเรียกไปขึ้นศาล พอไปถึงศาลถามอัยการคนไหนผู้ต้องหาอยากจะถามเขาว่า ตีลูกฉันทำไม ไปทำอะไรให้ แต่อัยการบอกว่า ถูกขังอยู่ที่ใต้ถุนศาล เราก็ไม่รู้เรื่องไม่มีความรู้เลย อัยการเอารูปถ่ายมาให้ลูกชายตนดูก็ยืนยันว่าใช่ จากนั้นอัยการบอกเสร็จแล้วกลับบ้านได้ พร้อมกับควักเงินให้ 5,000 บาท บอกสงสารเป็นค่ารถกลับบ้านได้เสร็จแล้ว

“ตนถามว่าต้องมาอีกมั้ย เขาตอบว่าไม่ต้องมาแล้วเสร็จแล้ว วันนั้นเมื่อปี 55 ก็ไม่รู้ว่านั่นคือการยกฟ้อง ต่อมาเมื่อ 3 เดือนที่แล้วไปร้องเรียนกองปราบปราม ตำรวจกองปราบบอกให้ไปที่ สภ.ฉลอง จะรื้อฟื้นคดีให้ ตำรวจฉลองก็ดีมากติดต่อสอบถามอยู่ตลอดเวลา พอรู้ข่าวว่าวันจันทร์ที่ผ่านมา อัยการสั่งไม่ฟ้อง มันพูดอะไรไม่ออกเลยจริงๆ ตนยังเชื่อว่าความยุติธรรมในประเทศไทยมีจริง ถ้าที่ภูเก็ตหาความยุติธรรมไม่ได้แล้ว ตนจะพาลูกชายไปร้องกับท่านนายกฯประยุทธ์ ท่านเป็นคนจริงต้องช่วยได้แน่ๆ” นางยุพินกล่าวในที่สุด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *