นพ.พรเทพ เตชะสุวรรณา แพทย์ผิวหนังและนักวิชาการผู้อุทิศชีวิตจากเมืองลับแล

นพ.พรเทพ   เตชะสุวรรณาปัจจุบันเป็นแพทย์เชี่ยวชาญ ประจำโรงพยาบาลอุตรดิตถ์ ในตำแหน่งรองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ และได้รับรางวัลศิษย์เก่าดีเด่นด้าน บริการวิชาการจากสมาคมศิษย์เก่าสถาบันโรคผิวหนัง  และเป็นสมาชิกของสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทยการทำงานของแพทย์ผิวหนังในโรงพยาบาลต่างจังหวัดนั้น อาจจะไม่เหมือนกับการทำงานในโรงพยาบาลในกรุงเทพฯ ตอนจบแพทย์ใหม่ ๆ ถึงแม้จะจบเฉพาะทางด้านแพทย์ผิวหนังมา แต่ก็ต้องทำงานในแผนกอายุรกรรมทั่วไป ซึ่งจริง ๆ เป็นสาขาที่เราไม่ค่อยคุ้ยเคยหรือไม่ค่อยถนัด ทำให้เกิดความเครียด เกิดความกังวล ที่จะต้องปฏิบัติงาน แต่ในฐานะที่เป็นแพทย์ในโรงพยาบาลต่างจังหวัดจำเป็นที่จะต้องปรับตัวและพิสูจน์ตัวเอง แต่ข้อดีอย่างหนึ่งก็คือการที่เรามีประสบการณ์ด้านผิวหนัง ทำให้ได้ช่วยแบ่งเบาภาระของแผนกได้มากพอสมควร  เมื่อทำงานไปเรื่อย ๆ ไม่นานก็เป็นที่ยอมรับของเพื่อน ๆ ร่วมงาน หลังจากนั้นการทำงานในแผนกอายุรกรรมก็ค่อย ๆ ลดลงโดยมีเพื่อนร่วมงานหรือแพทย์น้อง ๆ มาช่วยดูแลมากขึ้น

          ในการทำงานของแพทย์ผิวหนังส่วนใหญ่นั้น เราไม่ได้ทำงานในสายงานที่เราถนัดเพียงอย่างเดียว บางครั้งจึงเกิดความเบื่อ ความล้า ที่จะร่วมทำกิจกรรมอื่น ๆ ของโรงพยาบาล ส่วนตัวผมได้ทำงานร่วมกับโรงพยาบาล ร่วมกับหน่วยงานอื่น ๆ เช่น งานพัฒนาคุณภาพหรืองานทำงานส่วนรวมของโรงพยาบาล งานส่วนอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวกับการรักษา ทำให้รุ่นพี่เกิดความไว้เนื้อเชื่อใจ พอมีตำแหน่งในฝ่ายบริหารเพิ่มขึ้นก็มอบหมายให้เรารับผิดชอบ การทำงานในแผนกผิวหนังในต่างจังหวัดนั้น  ผมโชคดีที่มีรุ่นพี่หลายท่านให้ความร่วมมือในการให้คำปรึกษาในโรคที่เราไม่คุ้นเคย ที่ไม่เคยเจอในต่างจังหวัด ส่วนตัวของผมแล้วด้วยวัยที่ใกล้เกษียณคิดว่าการทำงานในต่างจังหวัดก็มีความสุขพอสมควร ได้ทำงานด้านที่ตัวเองรักคือด้านผิวหนัง ได้ทำงานบริหารงานของโรงพยาบาล

 เคล็ดลับในการใช้ชีวิตในโรงพยาบาลต่างจังหวัด

  ในระยะเริ่มต้นการทำงานในต่างจังหวัด ใหม่ ๆ ก็ทำไปเรื่อย ๆ ไม่มีเป้าหมายหรือจุดประสงค์ที่ชัดเจน อะไร หลังจากได้มีโอกาสอ่านหนังสือเกี่ยวกับ  การทำงานให้มีความสุข  จากแนวคิด ด้าน Positive Psychology เช่น “Flourish by Martin Seligman  ” การบริหารเวลาในการใช้ชีวิต  จากหนังสือ  “The 7 Habits of Highly Effective People  by Stephen R. Covey” ก็มีความชัดเจนว่า การทำงานให้มีความสุข  จะได้ การได้ทำงานในสิ่งที่ตัวเองรัก    มีประโยชน์หรือมีความหมายต่อคนอื่น และมีความสมดุลย์ระหว่างทักษะกับความท้าทาย ไม่ว่าด้านการบริการ การบริหาร  โดยมีความสมดุลย์ ของการใช้ชีวิต จากการทำงานที่สามารถหล่อเลี้ยงตัวเองครอบครัวได้ การมีสุขภาพที่แข็งแรง การได้เรียนรู้สิ่งที่ท้าทายใหม่ๆและคิดว่ามีประโยชน์ตลอดเวลา การได้ทำสิ่งที่ชอบ มีงานอดิเรก เช่นการเล่นกีฬา เล่นดนตรี  การมีความรักในครอบครัว การความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อน ผู้ร่วมงาน และได้สร้างหรือทำสิ่งดีๆทิ้งไว้ให้เป็นมรดกตกทอดแก่คนรุ่นหลัง จากแนวคิดนี้ได้นำมาใช้เป็นแนวทาง ทำงานโดยมีเป้าหมายที่ชัดเจน เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้อื่นเป็นลำดับแรก โดยการพัฒนาทักษะความรู้ ความสามารถอย่างต่อเนื่องให้สมดุลย์กับความท้าทายที่เพิ่มขึ้นทั้งด้านการบริการรักษาคนไข้ และการบริหารโรงพยาบาล  เพื่อให้เกิดเป็นความผูกพันในการทำงาน (engagement)  และการใช้ชีวิตให้มีความสมดุลย์ ทั้งด้านการงานเพื่อสิ่งจำเป็นในชีวิต มีการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆตลอดเวลา แบ่งเวลาเพื่อ ได้ทำงานสิ่งที่ชอบและรัก และพยายามทำและการสร้างสิ่งที่ดี มีประโยชน์ ทิ้งไว้ให้แก่คนรุ่นหลังต่อไป  อย่างเต็มตามศักยภาพ” One day, you’ll just be a memory to some people. Do your best to be a good one”, Anonymous

 ทำอย่างไรจะให้หมอรุ่นใหม่สนใจทำงานในโรงพยาบาลต่างจังหวัดเพิ่มขึ้น

 การเป็นแพทย์ เป็นอาชีพที่มีเกียรติ และเป็นที่เคารพของคนทั่วไป โดยเฉพาะถ้ามีโอกาสเป็นแพทย์ผิวหนังแพทย์ที่จบใหม่ในสาขาตจวิทยาในปัจจุบัน ดูจะเป็นแพทย์ที่มีความสุขที่สุด  มักจะชอบความเป็นอิสระ ชอบการผจญภัย รักการท่องเที่ยว  ชอบเรียนรู้ ชอบทำงานที่มีรายได้สูงตามเทรนด์ของตลาด เช่น ด้านความสวยความงาม ซึ่งอาจไม่เหมาะสมกับบางจังหวัด แพทย์ที่เริ่มต้นทำงานในโรงพยาบาลในต่างจังหวัดใหม่ ๆ  เมื่อผ่านไประยะหนึ่ง  แนวโน้มการใช้ชีวิตอิสระจะลดลง เริ่มมีภาระรับผิดชอบทางครอบครัวเพิ่มขึ้น ดังนั้นอยากให้แพทย์รุ่นใหม่ ๆ มองว่าเป้าหมายของทุกคนส่วนใหญ่ คือความสุขที่แท้จริง ซึ่งไม่ได้มาจากความสำเร็จที่จับต้องได้อย่างเดียว สิ่งสำคัญที่อยากให้คำนึงถึงความภาคภูมิใจและคุณค่าของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นแพทย์เพื่อประชาชน

 ฝากถึงรุ่นน้องที่จะมาเรียนแพทย์ผิวหนัง

  รุ่นน้องที่จะมาเรียนแพทย์ผิวหนังส่วนใหญ่ ถือเป็นเทรนด์ยอดนิยมในยุคนี้ หลาย ๆ คนอยากจะทำเพื่อความสวยความงาม แต่ผมว่าการเป็นแพทย์ผิวหนังไม่ได้มีแต่การรักษาเพื่อความสวยความงามเท่านั้น  แต่โรคทาง Skin Disease หรือโรคอื่น ๆ ที่มีผลต่อทางผิวหนังและผลข้างเคียงทางด้านการรักษา ยังมีให้ศึกษาอีกมาก ที่สำคัญโรงพยาบาลในต่างจังหวัด ยังขาดแคลนแพทย์ผิวหนังเฉพาะทางเป็นจำนวนมาก ดังนั้นการเป็นแพทย์ผิวหนังในต่างจังหวัดจะสามารถให้การช่วยเหลือมีประโยชน์ทั้งในแผนกตัวเองและแผนกอื่น ๆได้เป็นอย่างดีกับโรงพยาบาล  เชื่อว่าน้อง ๆ ที่มาทำงานในโรงพยาบาลต่างจังหวัดไม่นานก็น่าจะปรับตัวได้และมีความสุขในการทำงานได้พอสมควร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *