ผลการระดมกวาดล้างผู้ปล่อยเงินกู้นอกระบบในพื้นที่ และผู้ติดตามทวงหนี้ที่ใช้ความรุนแรง

ตามมติคณะรัฐมนตรี  เมื่อวันที่ 4 ต.ค. 59 เห็นชอบให้กระทรวงการคลังร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดแนวทางการบริหารจัดการปัญหาหนี้นอกระบบ ทั้งด้านลูกหนี้และเจ้าหนี้ ควบคู่กันไปอย่างเป็นระบบ ครบวงจรและต่อเนื่อง ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคาร 1 ตร. สืบเนื่อง  ท่านนายกรัฐมนตรี ได้ประกาศเจตนารมณ์ในการที่จะขจัดหนี้นอกระบบ และแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบให้เป็นศูนย์ (ไม่มีหนี้นอกระบบที่เก็บดอกเบี้ยไม่เป็นธรรม) รวมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ หรือสินเชื่อฟิโกไฟแนนซ์ที่ถูกต้องตามกฎหมายตามนโยบายรัฐบาล

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างบูรณาการและยั่งยืน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีการประชุมคณะทำงานฯ ไปเมื่อวันที่ 28 มี.ค. 60 เพื่อกำหนดกรอบแนวทางการขับเคลื่อนเรื่องนี้ โดยให้ทุกหน่วย จัดทำข้อมูลเป้าหมาย ประวัติ พฤติการณ์บุคคล กลุ่มบุคคล หรือนิติบุคคล ที่เป็นนายทุนปล่อยเงินกู้ในอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด หรือการติดตามทวงหนี้โดยมีพฤติกรรมข่มขู่ ประทุษร้าย/ใช้ความรุนแรง รวบรวมเป็นสำนวนสืบสวน กำหนดเป้าหมายยื่นคำร้องต่อศาลขอหมายค้น เข้าทำการตรวจค้นตามอำนาจหน้าที่


กรณีพบพยานหลักฐานการกระทำผิด ให้ยื่นคำร้องขออนุมัติศาลออกหมายจับ และติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี รวมทั้งสืบสวน ขยายผล ดำเนินคดีกับนายทุน ผู้อยู่เบื้องหลัง เครือข่าย ขบวนการ โดยใช้มาตรการทางกฎหมาย ตาม พ.ร.บ.ฟอกเงินฯ และให้ประชาสัมพันธ์ผู้ประกอบการ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ที่มีพฤติการณ์เข้าข่ายปล่อยเงินกู้นอกระบบได้รับทราบ และเข้ามาประกอบธุรกิจสินเชื่อฟิโกไฟแนนซ์ ให้ถูกต้องตามกฎหมายตามนโยบายรัฐบาล

จากการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.(ปป 1) ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างบูรณาการและยั่งยืน ได้เปิดการแถลงข่าวการขับเคลื่อนโครงการหนี้นอกระบบ เพื่อต้องการขจัดกลุ่มนายทุนหน้าเลือดที่เก็บดอกเบี้ยหนี้ไม่เป็นธรรม หรือมีพฤติกรรมติดตามทวงหนี้โดยมีพฤติกรรมข่มขู่ ประทุษร้าย/ใช้ความรุนแรง และกำหนดให้มีการประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยประเภทใหม่  เรียกว่า  สินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ (สินเชื่อฟิโกไฟแนนซ์)  หมายถึง  การให้กู้ยืมเงิน  การรับซื้อ  ซื้อลดหรือรับช่วงซื้อลด  ตั๋วเงิน  หรือตราสารเปลี่ยนมืออื่นใด  การให้เช่าซื้อ  การให้เช่าแบบลีสซิ่งแก่บุคคลธรรมดา  ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ได้มาซึ่งสินค้าหรือบริการหรือเพื่อนำไปใช้ในการประกอบอาชีพ  ที่มีหรือไม่มีทรัพย์สินเป็นหลักประกัน  โดยมีวงเงินสินเชื่อไม่เกิน  50,000 บาท  ต่อลูกหนี้แต่ละราย  ทั้งนี้  ผู้ประกอบธุรกิจจะประกอบธุรกิจได้เฉพาะพื้นที่จังหวัดที่สำนักงานใหญ่ของผู้ประกอบธุรกิจตั้งอยู่  ซึ่งเป็นช่องทางให้เจ้าหนี้นอกระบบสามารถเข้ามาให้บริการสินเชื่อรายย่อยในระบบได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย  และยังช่วยสนับสนุนให้ประชาชนที่มีความจำเป็นต้องใช้จ่ายฉุกเฉินสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้ง่ายและรวมเร็ว  แทนการกู้ยืมนอกระบบ  

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ  ศรีวรขาน  รอง ผบ.ตร.(ปป1)  กล่าวว่า   ได้สั่งการให้ ทุกหน่วยในสังกัด ดำเนินการรวบรวมรายชื่อกลุ่มนายทุนเงินกู้นอกระบบทั้งหมด  จำนวนทั้งสิ้น 897 ราย  และได้กำหนดให้ทุกหน่วยในพื้นที่  ระดมปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายพร้อมกันทั่วประเทศ  ในวันที่ 2 เมษายน 2560  ซึ่งผลการดำเนินการในเบื้องต้น  สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน ฯ และประมวลกฎหมายอาญาที่เกี่ยวข้อง  จำนวน  35 ราย  สำหรับผู้ที่มีพฤติการณ์ในการปล่อยเงินกู้นอกระบบในพื้นที่ และผู้ติดตามทวงหนี้ที่ใช้ความรุนแรง  กองบังคับการปราบปราม  โดย  กก.5 บก.ป.  ได้ปฏิบัติการสืบสวนหาข่าว   พบว่ามีเครือข่าย  ชื่อว่า  ทราย  จัดหนัก  ได้ปล่อยเงินกู้นอกระบบ  เก็บรายวัน  เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด  โดยมีการใช้ทีมงาน  ซึ่งเป็นชายฉกรรจ์  จำนวนมากกว่า 20 นาย  ตระเวนปล่อยเงินและเก็บเงิน  ในพื้นที่ จว.เพชรบุรีและพื้นที่ใกล้เคียง  จึงยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดเพชรบุรี  อนุมัติหมายค้น  จำนวน  5 หมาย  และปฏิบัติการตามหมายค้นดังกล่าว  โดยบูรณาการ  เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป. และเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่  สามารถจับกุม  นางสาว  จันทร์เพ็ญ  แก้วมีสี   อายุ  32 ปี  ที่อยู่ 111/74  หมู่ 2  ต.บ้านกุ่ม อ.เมือง จว.เพชรบุรี แสดงเป็นเจ้าบ้านและเป็นผู้นำการตรวจค้น   พร้อมกับ นายสรุเดช  สุขสำราญ  ผู้พักอาศัยอยู่ภายในบ้านดังกล่าว  ร่วมนำตรวจค้นด้วย ผลการตรวจค้น ปรากฏว่า  ดำเนินการตรวจค้น/ตรวจยึดสิ่งของ  จำนวน 19 รายการ  ซุกซ่อนอยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าว  ประกอบด้วย อาวุธปืน จำนวน 3 กระบอก (มีเอกสารใบอนุญาตให้มีและให้ใช้ ระบุชื่อผู้รับใบอนุญาต คือ นางสาวจันทร์เพ็ญ  แก้วมีสี)  เอกสารแฟ้มต่าง จำนวน   12 ราย  คอมพิวเตอร์ จำนวน 1 ชุด , ตรายาง  1 อัน  จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เพื่อทำการสืบสวนตรวจสอบเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย  

และ ดำเนินการตรวจค้น/จับกุม นายสุรเดช  สุขสำราญ  อายุ  39  ปี  ที่อยู่ 65 หมู่ 5 ต.บ้านลาด อ.บ้านลาด จว.เพชรบุรี  พร้อมด้วยของกลาง  อาวุธปืน พกกึ่งอัตโนมัติ ขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก  พร้อมแม็กกาซีน  และเครื่องกระสุนปืน จำนวน 10 นัด (ตรวจยึดได้จากบริเวณเอวด้านหลังของ นายสุรเดชฯ ขณะทำการตรวจค้น) และ อาวุธปืนกึ่งอัตโนมัติ  ยี่ห้อกล็อก  ขนาด 9 มม.(หมายเลขทะเบียนปืน 54267745) จำนวน 1 กระบอก  พร้อมแม็กกาซีน จำนวน 2 อัน (ตรวจยึดได้จากตู้เซฟภายในบ้านเลขที่ดังกล่าว)  จากการสอบถาม  นายสุรเดชฯ ให้การรับอาวุธปืนทั้งสองกระบอกเป็นของตนเองพร้อมกับนำเอกสารมาแสดง  เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อกล่าวหาให้นายสุรเดช  สุขสำราญ ทราบว่า  “ พกพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร ” ในชั้นจับกุมนายสุรเดชฯ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าว นำส่ง พงส.สภ.เมืองเพชรบุรี เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

นอกจากนี้   นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ทหารสังกัด มว.รส.มทบ.17  อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย(ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 ประกอบคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 13/2558 และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 92(4)  เข้าทำการตรวจค้นบริษัท ชีพเกษม ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (สาขาสุพรรณบุรี) เลขที่ 254/363 ม.5 ต.สนามชัย  อ.เมือง จว.สุพรรณบุรี  เนื่องจากน่าเชื่อว่าสถานที่ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับกลุ่มเครือข่ายปล่อยเงินกู้นอกระบบและเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด  โดยมีนายพงศกร  ผลมะขาม  อายุ  36 ปี  และนายประสบชัย  บุญเฉียะ  อายุ 26 ปี   แสดงตนครอบครองสถานที่ดังกล่าว โดยทั้งสองยินยอมให้เจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจค้นและเป็นผู้นำการตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบ  ใบโฆษณาเชิญชวน  สัญญาซื้อขาย  เอกสารสรุปยอดค้างชำระ  ค้างรายเดือน  สรุปผลยอดขาย  ใบแจ้งราคาสินค้า  ใบกำกับภาษี  รายงานภาษีขาย  เคสคอมพิวเตอร์  จึงได้ทำการตรวจยึดไว้ทำการตรวจสอบเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม  ในการระดมกวาดล้างผู้ปล่อยเงินกู้นอกระบบ  และผู้ติดตามทวงหนี้ที่ใช้ความรุนแรงติดตามทวงหนี้โดยผิดกฎหมาย  ถือเป็นหน้าที่หลักอีกหน้าที่หนึ่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  ให้ข้าราชการตำรวจทุกหน่วย  โดยเฉพาะข้าราชการตำรวจผู้รับผิดชอบพื้นที่โดยตรง  ตั้งแต่สถานีตำรวจ  จนถึงตำรวจภูธรภาค  และกองบัญชาการตำรวจนครบาล  โดยมี กองบังคับการปราบปราม  เป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง  จะต้องบูรณาการกำลังร่วมกันในการดำเนินการกวาดล้างจับกุมอย่างจริงจัง  เพื่อบรรลุตามนโยบายตามมติคณะรัฐมนตรี  และข้อสั่งการท่านนายกรัฐมนตรี  ที่ได้ประกาศฯ ไว้นั้น  จากนี้ต่อไป  ทุกหน่วยจะต้องมีผลการดำเนินการในการทำลายเครือข่ายอย่างเป็นรูปธรรม  สามารถใช้มาตรการทางกฎหมายให้บังเกิดผล  โดยนำผู้ที่เกี่ยวข้องการกระทำผิดกฎหมายเข้าสู่ระบบศาลให้มากที่สุด จนกว่าจะขจัดหนี้นอกระบบและแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบให้เป็นศูนย์ (ไม่มีหนี้นอกระบบเก็บดอกเบี้ยไม่เป็นธรรม) และอย่างยั่งยืน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *