รายงานผลเกี่ยวกับการจับกุมแก๊งทรัพย์ลักรถยนต์ , สวมซาก และจำหน่ายรถยนต์ผิดกฎหมาย ในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล

ตามนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกองบัญชาการตำรวจนครบาล ให้ทุกพื้นที่เร่งรัดสืบสวนปราบปราม และจับกุมผู้กระทำผิดในคดีอาญาทุกประเภท ตลอดจนคดีอุกฉกรรจ์ คดีเกี่ยวกับกลุ่มแก๊งลักทรัพย์รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ที่ก่อเหตุอย่างต่อเนื่องในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล และใกล้เคียง
​ตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ.2560 – พ.ศ. 2561 ได้เกิดเหตุกลุ่มคนร้ายก่อเหตุตระเวนลักทรัพย์รถยนต์ยี่ห้อ โตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ และรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ ของประชาชนในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล และใกล้เคียง โดยพฤติกรรมของคนร้ายที่ก่อเหตุครั้งนี้มีพฤติการณ์การกระทำความผิดในลักษณะที่อุกอาจ เป็นกลุ่มแก๊ง และเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ


​ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. , พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น. พล.ต.ต.นิตินันท์ เพชรบรม รอง ผบช.น. , พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส. บช.น. , พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส. บช.น. , พ.ต.อ.ธีระชัย ชำนาญหมอ รอง ผบก.สส. บช.น. , พ.ต.อ.มานพ น่วมลิวงศ์ รอง ผบก.น.4 , พ.ต.อ.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบก.น.5 , พ.ต.อ.อัศวยุทธ นุชพุ่ม รอง ผบก.น.6 ได้สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส. บช.น. , บก.น.4 , 5 , 6 และชุดปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ กองบัญชาการตำรวจนครบาล ทำการสืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน และติดตามจับกุมคนร้าย พร้อมทรัพย์สินที่สูญหาย
จากการสืบสวนติดตามกลุ่มคนร้ายอย่างต่อเนื่องจนนำไปสู่การขออำนาจศาลออกหมายจับกลุ่มคนร้าย ดังนี้
1.นายสุชาติ รอดหงษ์ทอง ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าแก็ง คอยติดต่อรับงานจากกลุ่มนายหน้า ก่อนออกตระเวนลักรถ มีประวัติการถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับการลักทรัพย์รถยนต์ และพ้นโทษมาเมื่อต้นปี พ.ศ.2560 ซึ่งหลังจากพ้นโทษมา มีเงินหมุนเวียนในบัญชีของนายสุชาติ รอดหงษ์ทอง กว่า 20 ล้านบาท
2. นายวีรวัฒน์ จันทร์กลาง ทำหน้าที่เป็นคนขับรถตระเวนหารถที่เป็นเป้าหมายในการลักทรัพย์ มีประวัติการถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับการลักทรัพย์รถยนต์ , ชิงทรัพย์ และยาเสพติด
3. นายรุ่งโรจน์ นาคเกษม ทำหน้าที่เป็นคนตัดสัญญาณกันขโมยรถ เปิดล็อคประตู และสตาร์ทเครื่องรถที่ลัก มีประวัติการถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับยาเสพติด
โดยกลุ่มแก๊งนี้จะได้รับการว่าจ้างจากตัวแทนนายหน้า ให้ทำการหารถยนต์ตามความต้องการก่อนจะทำการจ่ายเงินมัดจำให้กับกลุ่มผู้ต้องหาเป็นจำนวนเงินประมาณ 5,000 บาท จากนั้นกลุ่มคนร้ายจะออกตระเวนหาลักทรัพย์รถยนต์ที่จอดไว้ในที่ลับตา หรือคนไม่พลุกพล่าน เมื่อสามารถลักรถยนต์คันดังกล่าวออกมาได้แล้วจะ

นำรถยนต์ที่ลักมาได้ไปซุกซ่อนไว้ที่อู่รถย่าน อ.บางกรวย จ.นนทบุรี เพื่อเป็นจุดพักรถ และเปลี่ยนแปลงสภาพภายนอกเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากนั้นไปทำการส่งมอบต่อให้กลุ่มที่รับสวมซากจากรถที่เกิดอุบัติเหตุ และนำรถที่สวมซากแล้วออกขายในตลาดรถมือสอง หรือส่งขายให้กับประเทศเพื่อนบ้านต่อไปเมื่อสามารถขายรถต่อไปให้ยังกลุ่มลูกค้าแล้ว กลุ่มคนร้ายจะได้รับเงินเป็นค่าตอบแทนประมาณ 150,000-200,000บาท สำหรับรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ และประมาณ 200,000-350,000 บาท สำหรับรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ ก่อนจะแบ่งปันผลประโยขน์ให้กับผู้ร่วมก่อเหตุ
ต่อมาในวันที่ 26 พฤษภาคม 2561 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้นำหมายค้นของศาลอาญา เข้าค้นบ้านพักของผู้ต้องหา และจุดที่คนร้ายนำรถยนต์ที่ลักมาไปซุกซ่อน จำนวน 9 จุด ในเขตพื้นที่จังหวัด สระแก้ว , สมุทรปราการ , นนทบุรี , สุพรรณบุรี ,ปทุมธานีสามารถจับกุมตัว นายวีรวัฒน์ จันทร์กลางอายุ 36 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับดังนี้


– หมายจับศาลจังหวัดพระโขนง ที่ 281/2561 ลงวันที่ 10 พฤษภาคม 2561 โดยกล่าวหาว่ากระทำผิดฐาน “ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม”
– หมายจับศาลจังหวัดพระโขนง ที่ 284/2561 ลงวันที่ 10 พฤษภาคม 2561 โดยกล่าวหาว่ากระทำผิดฐาน “ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม”
วัน เวลา สถานที่จับกุม วันที่ 26 พฤษภาคม 2561 เวลาประมาณ 16.00 น. บ้านเลขที่ 2/23 หมู่ 12 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ
และทำการตรวจยึด 1. รถยนต์ของกลางที่ลักมาจากผู้เสียหาย จำนวน 2 คัน
2. รถยนต์ของกลางที่ใช้ในการก่อเหตุ จำนวน 5 คัน
​​ 3. รถยนต์ที่เกี่ยวข้องในคดี (อยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ)จำนวน 9 คัน
​​ 4. ชุดสว่านไฟฟ้า (บล็อคลม) จำนวน 1 ชุด
​​ 5. แผ่นป้ายทะเบียน จำนวน9 ชุด
​​ 6. เอกสารคู่มือประจำรถ จำนวน 10 ชุด
​​ 7. แผ่นเพลทที่ตอกแล้ว 9 แผ่น / ยังไม่ตอก 40 แผ่น
​ส่วน นายสุชาติ รอดหงษ์ทอง และนายรุ่งโรจน์ นาคเกษม ได้หลบหนีไปก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้าทำการตรวจค้น ซึ่ง กองบัญชาการตำรวจนครบาล จะได้สืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่เหลือมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
​ทั้งนี้ กองบัญชาการตำรวจนครบาลขอแจ้งเตือนประชาชนที่กำลังตกเป็นเหยื่อ หลงเชื่อซื้อรถมือสอง รถหนีไฟแนนซ์ หรือ รถหลุดจำนำ ที่ขบวนการของคนร้ายโฆษณาขาย ผ่านทางอินเตอร์เน็ต หรือตามช่องทางต่างๆ ให้ทำการตรวจสอบที่มาของรถว่ามีที่มาถูกต้องหรือไม่ และแจ้งเตือนตัวแทนผู้ขายรถมือสอง หรืออู่รถที่รับซื้อรถผิดกฎหมาย หรือดัดแปลงสวมซากรถที่ขโมยมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกองบัญชาการตำรวจนครบาล จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *