เปิดแผนยุทธการ “ปฏิบัติการ Task Force และยุทธการ 1386 ทั่วไทย ประชาชนปลอดภัยจากยาเสพติด” พร้อมกันทั่วประเทศ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พลตำรวจเอก เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการ ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พลตำรวจโท ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ 

ตำรวจภูธรภาค 1 ภายใต้การอำนวยการของ พลตำรวจโท ชาญเทพ เสสะเวช ผู้บัญชาการ ตำรวจภูธรภาค 1/ผู้อำนวยการ ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธรภาค 1 และ พลตำรวจตรี ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1/รองผู้อำนวยการ ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบรามยาเสพติด ตำรวจภูธรภาค 1 


ได้สั่งการให้ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ในสังกัดตำรวจภูธรภาค 1/ผู้บังคับการ         กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 1 บูรณาการกำลังร่วมกับ 


สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 1 ภายใต้การอำนวยการของ นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด         นายพรพัฒน์ สุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด         ภาค 1 และ นางวารี เพียรทรัพย์ ผู้อำนวยการส่วนบังคับใช้กฎหมาย สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 1 และ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ภายใต้การอำนวยการของ พลตำรวจตรี วุฒิพงศ์ เพ็ชรกำเนิด ผู้บังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 3 กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด และ พันตำรวจเอก อดิศ เจริญสวัสดิ์ รองผู้บังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 3 กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด


เปิดแผนยุทธการ “ปฏิบัติการ Task Force และยุทธการ 1386 ทั่วไทย ประชาชนปลอดภัยจากยาเสพติด” พร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 31 มีนาคม 2560 เนื่องจากปัจจุบันขบวนการ      ค้ายาเสพติดมีการพัฒนาทั้งรูปแบบและวิธีการกระทำความผิดอยู่ตลอดเวลาเพื่อป้องกันการถูกจับกุมจากเจ้าหน้าที่รัฐ ขบวนการค้ายาเสพติดจึงมีการแบ่งหน้าที่กันทำงานเป็นระบบและเครือข่าย ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการที่จะปราบปรามให้สิ้นซาก ถึงแม้ต่อมาจะมีกฎหมายกำหนดโทษผู้กระทำผิดในข้อหา สนับสนุน และสมคบ ก็เป็นการยากที่จะรวบรวมพยานหลักฐานในการที่จะให้ศาลพิพากษาลงโทษผู้กระทำความผิดเหล่านี้


การปฏิบัติการในครั้งนี้ ได้ให้ความสำคัญกับการปราบปรามยาเสพติดในระดับเครือข่ายรายสำคัญในพื้นที่ เพื่อที่จะทำลายให้ถึงโครงสร้างของขบวนการ โดยใช้กฎหมายทุกฉบับมาดำเนินการ ทั้งต่อตัวผู้กระทำผิดและทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำผิด ที่ผ่านมาได้มีการสืบสวนขยายผลจากผู้เสพไปยังผู้ค้ารายย่อย ผู้ค้าระดับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ ถึงระดับจังหวัด และผู้กระทำผิดที่อยู่ในเรือนจำ จนนำไปสู่การรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลออกหมายจับในข้อหาสมคบและสนับสนุนและศาลได้ออกหมายจับผู้กระทำผิด ซึ่งผู้กระทำผิดในข้อหานี้ส่วนใหญ่อาจไม่ได้เกี่ยวข้องกับของกลางในรูปแบบตัวยาโดยตรง แต่จะเกี่ยวข้องในลักษณะมีความสัมพันธ์ทางการเงิน ไปจนถึงระดับสั่งการ เป็นต้น

การบูรณาการกำลังร่วมกันปฏิบัติการ Task Force ในวันที่ 31 มีนาคม 2560 และยุทธการ 1386 ทั่วไทย ประชาชนปลอดภัยจากยาเสพติด ในรอบเดือน มีนาคม 2560 มีผลการปฏิบัติ ดังนี้
1. ผลการจับกุมทั้งสิ้น   685   ราย   ผู้ต้องหา   713   คน

1.1 ครอบครองเพื่อจำหน่าย   245   ราย   264   คน

1.2 ครอบครอง   299   ราย   306   คน

1.3 เสพ   131   ราย   131   คน

1.4 สมคบ   10   ราย   12   คน

1.5 สมัครใจบำบัด   71   คน

2. ของกลางยาเสพติด

2.1 ยาบ้า   1,578,231   เม็ด

2.2 ยาไอซ์   621.52   กรัม

                2.3 เฮโรอีน   7.02   กิโลกรัม
2.4 กัญชา   10   ต้น   972.69   กิโลกรัม

2.5 พืชกระท่อม   4   ต้น   85   กิโลกรัม   780   กรัม   1,601   ใบ

น้ำกระท่อม   12   ลิตร

3. ของกลางอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน

3.1 อาวุธปืน   48   กระบอก

3.2 กระสุนปืน   141   นัด

4. ตรวจยึดทรัพย์ : รวมมูลค่าทรัพย์สิน   18,265,212   บาท

4.1 เงินสด/ในบัญชี   3,516,812   บาท

4.2 บ้านพร้อมที่ดิน   4   หลัง   ที่ดิน   1   แปลง

4.3 รถยนต์   15   คัน

4.4 รถจักรยานยนต์   3   คัน

4.5 ทองรูปพรรณ   10   บาท

โดยเป็นการปฏิบัติการปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดสำคัญ (Task Force )

1. จับกุมผู้ต้องหา   10   เครือข่าย   จำนวน   72   ราย   75   คน

2. จับกุมผู้ต้องหาในคดีสมคบ/สนับสนุน   10   ราย   12   คน

3. ตรวจยึดอายัดทรัพย์สิน   9   ราย มูลค่าทรัพย์สิน   15,323,585   บาท

            การ “ปฏิบัติการ Task Force และยุทธการ 1386 ทั่วไทย ประชาชนปลอดภัยจาก     ยาเสพติด” ในครั้งนี้ เป็นการดำเนินการตามมาตรการเชิงรุก เพื่อปราบปรามและสกัดกั้นการแพร่ระบาดของยาเสพติด ซึ่งตำรวจภูธรภาค 1 จะดำเนินการขับเคลื่อนตามมาตรการเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง โดยร่วมบูรณาการกำลังจากทุกภาคส่วน เพื่อให้ประชาชนและสังคมโดยรวมมีความสงบสุข  
ทั้งนี้หากประชาชนได้รับความเดือดร้อนหรือได้รับความเสียหายจากการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด หรือพบเบาะแสในการกระทำผิด พบเห็นบุคคลต้องสงสัยหรือบุคคลที่หลบหนีหมายจับ ขอให้แจ้งข้อมูลมายัง ตำรวจภูธรภาค 1 ทางหมายเลขโทรศัพท์ 0-2936-2725 , 0-2537-8578-97 เว็บไซด์ www.p1.Police.go.th และ Facebook ตำรวจภูธรภาค 1 https://th-th.facebook.com/RTP.p1

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *